กลโกงคริปโต: รู้ทันภัยหลอกลวงล่าสุดในโลกดิจิทัล
จากกรณีข่าวฉาวที่เพิ่งถูกเปิดโปงเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2568 กรณีที่ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับแพลตฟอร์ม Binance เข้าทลายเครือข่ายหลอกลงทุนคริปโตรายใหญ่ มีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท ประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขความเสียหายที่น่าตกใจ แต่ยังเผยให้เห็นกลโกงที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งฉวยโอกาสจากความไม่รู้ของผู้คนในสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้เสียหายหลายรายให้การตรงกันว่า กลุ่มมิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมในโซเชียลมีเดีย ทำทีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโต ชักชวนให้ลงทุนในเหรียญที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงภายในระยะเวลาอันสั้น บางรายถึงขั้นมีการจัดสัมมนาออนไลน์ที่ดูน่าเชื่อถือ มีการใช้ภาพและวิดีโอสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนกับการลงทุนจริง รวมถึงใช้เทคนิคทางจิตวิทยา หว่านล้อมให้เหยื่อหลงเชื่อ และโอนเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มปลอมที่สร้างขึ้นมาอย่างแนบเนียน
การสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พบว่า มิจฉาชีพมีการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีการหมุนเวียนเงินอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ รวมถึงใช้เทคนิคการฟอกเงินผ่านหลายสินทรัพย์ สัญญาอัจฉริยะบางตัวถูกออกแบบมาให้ดูซับซ้อน แต่ซ่อนกลไกการดูดเงินออกจากกระเป๋าของผู้ใช้งานไว้ ซึ่งเป็นจุดที่ยากต่อการตรวจสอบของนักลงทุนทั่วไป
บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้คือ การพึ่งพาแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่มีชื่อเสียงอย่าง Binance ซึ่งมีระบบการตรวจสอบและเครื่องมือป้องกันการฉ้อโกงที่แข็งแกร่งกว่า เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันตนเอง เบื้องต้น Binance ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนจะช่วยยกระดับความปลอดภัยให้วงการคริปโตได้
ประเด็นที่คนไทยควรรู้คือ การตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะด้วยตนเองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไป ดังนั้นการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนในเหรียญใหม่ๆ หรือแพลตฟอร์มที่ไม่คุ้นเคยจึงเป็นสิ่งจำเป็น การระบุลักษณะของเหรียญหลอกลวงอาจดูได้จากคำสัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริง, ข้อมูลโครงการที่ไม่โปร่งใส, หรือการเร่งรัดให้ลงทุนโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งมักเป็น Red Flag ที่ควรระวัง
เพื่อป้องกันสินทรัพย์ดิจิทัลจากการถูกโจรกรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่หลงเชื่อคำชวนลงทุนที่ดูดีเกินจริง และหมั่นศึกษาข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับกลโกงในคริปโตอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มและบุคคลที่ชักชวนให้ลงทุนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ขณะที่ บช.สอท. ยังคงเร่งติดตามความคืบหน้าของคดี เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และเป็นหนึ่งในความพยายามยกระดับความปลอดภัยให้คนในประเทศ
